บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

ล้วงให้ลึก! ระบบ e-KYC คืออะไร สำคัญเพียงใดกับชีวิตและการทำธุรกรรมการเงิน

ระบบ e-KYC คือ

 

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า โลกที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว... หากฟังเพียงผิวเผินหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ท่ามกลางแสงสว่างอันสาดส่องก็ย่อมต้องมีเงาที่ดำเข้มซ่อนอยู่เป็นของคู่กันเสมอ ความสะดวกสบายที่ได้รับก็ต้องแลกมากับการเผชิญหน้ากับผู้ไม่หวังดี ที่พร้อมจะทำการโจรกรรม ปลอมแปลงข้อมูล หรือใช้ช่องว่างในการทำธุรกรรมการเงินในการฟอกเงินหรือใช้เป็นช่องทางสนับสนุนการก่อการร้าย เป็นต้น ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สิ่งเลวร้ายเหล่านี้เกิดขึ้น ทำให้เทคโนโลยี “e-KYC” เกิดขึ้นมาในฐานะของระบบที่คือการป้องกันการปลอมแปลงข้อมูล ที่ได้รับความนิยมอย่างมากไปทั่วโลก

 

ระบบ e-KYC คืออะไร!?

ระบบ e-KYC คือ

 

e-KYC คือ การยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (electronic Know-Your-Customer) หรือ การทำความรู้จักกับลูกค้าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการระบุตัวตนและยืนยันตัวตนที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม แทนการทำ KYC แบบเดิม ที่มีความยุ่งยากเสียเวลา เพราะจะต้องให้ผู้ทำการยืนยันตัวตนต้องทำการกรอกข้อมูล ส่งเอกสาร รวมไปถึงการเดินทางไป “แสดงตัวตน” ต่อหน้าของเจ้าหน้าที่สถาบันทางการเงิน

5 ประโยชน์ที่น่าสนใจของระบบ e-KYC คืออะไรกันบ้าง!?

ระบบ e-KYC คือ

 

ระบบ e-KYC มีประโยชน์อย่างมากในปัจจุบัน โดยสามารถทำการสรุปประโยชน์ที่ควรทราบออกเป็นประเด็นได้ดังต่อไปนี้

1.ระบบ e-KYC คือสิ่งที่เหมาะกับประเทศที่ผู้เข้าถึงบริการทางการเงินได้ไม่ค่อยสะดวกนัก

 

หลายประเทศได้มีการนำเอาระบบ e-KYC มาใช้ในการช่วยยืนยันตัวเองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่มีประชากรจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจนเกิดความยากลำบากในการเข้าถึงบริการทางการเงิน

2.ระบบ e-KYC คือการทำธุรกรรมการเงินแบบไร้สัมผัส

 

การทำธุรกรรมการเงินแบบไร้สัมผัส นอกจากจะเป็นการช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมแล้ว ยังถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในยุคที่ผู้คนจำเป็นต้องปรับตัวให้กับ New Normal ที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การเดินทางไปทำธุรกรรมทางการเงินกลายเป็นเรื่องยาก และการทำ e-KYC ยังเป็นการช่วยลดการสัมผัสที่นำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

3.ระบบ e-KYC คือการช่วยป้องกันการฟอกเงิน และการโจรกรรมทางการเงิน

 

e-KYC ยังช่วยในการยืนยันตัวตนของผู้ทำธุรกรรม ที่นอกจากจะช่วยป้องกันการโจรกรรมทางการเงินที่เพิ่มสูงมากขึ้นทุกปีแล้ว ยังเป็นการช่วยป้องกันปัญหาการฟอกเงิน และเป็นการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินให้กับผู้ก่อการร้าย เป็นต้น เพราะเป็นการระบุไอดีที่เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ทำให้เกิดการปลอมแปลงลอกเลียนแบบได้ยาก

4.ระบบe-KYC คือระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีทักษะความรู้ด้านเทคโนโลยี

 

กระบวนการทำงานของ e-KYC เป็นสิ่งที่เรียบง่าย ทำให้ผู้ที่ใช้งานไม่จำเป็นที่จะต้องมีทักษะความรู้ด้านเทคโนโลยี และมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่ไม่รู้หนังสือ

5.ระบบ e-KYC คือการช่วยให้การทำธุรกรรมการเงินสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ตลอด 24 ชั่วโมง

 

e-KYC ยังช่วยให้การทำธุรกรรมทางการเงินมีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เนื่องจากช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบบุคคล ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินการได้ นอกจากนี้การจัดสรรทรัพยากรให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ยังเป็นการช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้อีกด้วย

 

ตัวอย่างของระบบ e-KYC ที่น่าสนใจในประเทศไทย

ระบบ e-KYC คือ

 

ในประเทศไทย หลายธนาคารและสถาบันทางการเงินให้ความสนใจกับระบบ e-KYC เป็นอย่างมาก และคือมีการนำมาใช้ในการพัฒนาเพิ่มความปลอดภัยให้กับบริการของตัวเองให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และหนึ่งในบริการเหล่านั้น ระบบ e-KYC ที่น่าสนใจกรณีหนึ่งคือ “e-KYC ของตู้บุญเติม” นั่นเอง

ตู้บุญเติม และเทคโนโลยีระบบ e-KYC

ระบบ e-KYC คือ

 

ตู้บุญเติม คือ ตู้สำหรับใช้ในการเติมเงินโทรศัพท์มือถือ มีลักษณะเป็นตู้สีส้มที่สามารถพบเห็นได้ตามบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อทั่วไป ในสมัยก่อนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่หลังจากที่ค่ายบริษัทมือถือพยายามออกโปรโมชั่นให้คนสนใจเปลี่ยนการเติมเงิน ไปเป็นลูกค้าแบบรายเดือน ทำให้ตู้บุญเติมเองก็ค่อยๆลดบทบาทความสำคัญลง แต่ในขณะเดียวกัน ตู้บุญเติมก็ได้เปลี่ยนมามีบทบาทในการร่วมมือกับสถาบันการเงินและธนาคารในการเป็นจุด e-KYC ด้วยเทคโนโลยี Facial Recognition การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า ที่ทำการตรวจจับจุดบนใบหน้า 512 จุด ซึ่งแต่ละจุดจะแทนรหัสผ่าน 1 ตัว ทำให้เป็นการยากในการปลอมแปลงข้อมูลรหัสทั้งหมดเป็นอย่างมาก เพื่อให้เป็นจุดยืนยันการทำธุรกรรมการเงินที่สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

 

3 ระบบ e-KYC ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมีอะไรกันบ้าง!?

ระบบ e-KYC คือ

 

นอกจากกรณีของตู้บุญเติมแล้ว ระบบ e-KYC ที่ได้ถูกนำมาใช้ในประเทศไทย เพื่อเป็นพื้นฐานในการยืนยันตัวตนนั้น มีดังต่อไปนี้

1.ระบบ e-KYC Biometric Authentication

ระบบ e-KYC คือ

 

เป็นเทคโนโลยีป้องกันการทำ KYC ด้วยการเข้าระบบผ่านการยืนยันตัวตนโดยอาศัยข้อมูลทางชีวมิติ เช่น ลายนิ้วมือ ม่านตา การจดจำใบหน้า เป็นต้น

2.ระบบ e-KYC Digital ID verification

ระบบ e-KYC คือ

 

การยืนยันตัวตนโดยอาศัยถ่ายภาพหนังสือเดินทาง (Passport) บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรเครดิต เป็นต้น เพื่อส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นการยืนยันตัวตนต่อไป

3.ระบบ e-KYC Geolocation and Identity Verification

ระบบ e-KYC คือ

 

เป็นการยืนยันตัวตน ด้วยการนำสถานที่ในการทำธุรกรรม เข้ามาช่วยในการตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งของ Mobile APP ว่าที่อยู่ ณ บริเวณนั้น มีการทำธุรกรรมจริงๆ

 

บทสรุปส่งท้าย : ระบบ e-KYC คือหนึ่งในเทคโนโลยีที่จะช่วยเปลี่ยนโลกแห่งการทำธุรกรรมการเงิน!?

ระบบ e-KYC คือ

 

          หากจะกล่าวว่า e-KYC... คือสิ่งที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ในการทำธุรกรรมทางการเงินแบบเดิมทีต้องทำการหอบเอกสารจำนวนมากและเดินทางไปยังสาขาของธนาคารหรือสถาบันทางการเงินเพื่อทำการยืนยันตัวเอง กลายมาเป็นการทำธุรกรรมที่ง่ายดาย เพียงผ่านระบบ e-KYC แบบต่างๆแทน ก็ไม่เกินความจริงอย่างแน่นอน...

 

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

อย่าลืมกดติดตามอัพเดตบทความและสาระดีดีกันนะ

最新情報をお届けします

บทความแนะนำ
บัตรเครดิต UOB ดีไหม โปรโมชั่น
ธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ให้บริการบัตรเครดิต
ชาว Pantip ควรรู้ บัตรเครดิตยูบีโอ (UOB) ดีไหม ให้วงเงินมากเพียงใด เช็คยอดอย่างไรมาดูกัน อัพเดท 2561-2562
ชาว Pantip ควรรู้ บัตรเครดิตยูบีโอ (UOB) ดีไหม ให้วงเงินมากเพียงใด เช็...
อยากเป็นเจ้าของรถเต็นท์ไม่เห็นยาก มารู้จักกับสินเชื่อกรุงศรี ยูสด์ คาร์ อนุมัติไว วงเงินสูง ปัง! โดนใจแน่นอน
สินเชื่อ
อยากเป็นเจ้าของรถเต็นท์ไม่เห็นยาก มารู้จักกับสินเชื่อกรุงศรี ยูสด์ คาร์ อนุมัติไว วงเงินสูง ปัง! โดนใจแน่นอน
สินเชื่อรถกรุงศรี ยูสด์ คาร์ ทางเลือกทันใจ สำหรับคนที่อยากเป็นเจ้าของร...