โดนหมายศาลบัตรเครดิต KTC ควรทำอย่างไรดี!?
มาลองฟังคำแนะนำกัน

หมายศาลบัตรเครดิต KTC

 

          หมายศาล... เป็นสิ่งที่ไม่ว่าลูกหนี้บัตรเครดิตคนไหนก็คงไม่อยากให้ถูกจัดส่งมาที่บ้านของตัวเอง เพราะมันเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับคนที่ไม่เคยได้รับหมายศาลหรือเคยขึ้นศาลมาก่อน ซึ่งหนึ่งในสถาบันบัตรเครดิตที่มีการส่งหมายศาลให้เห็นกันบ่อยครั้งมากที่สุดก็คงไม่พ้นธนาคารกรุงไทย หรือ KTC จนมีหลายคนตั้งกระทู้ขอความช่วยเหลือหลังจากที่โดนหมายศาลบัตรเครดิต KTCเพราะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกันดี!? สำหรับคนที่ได้รับหมายศาลบัตรเครดิต KTC ขอแนะนำให้ทำตามขั้นตอนแนะนำในบทความชิ้นนี้ รับรองว่าจะช่วยให้ผ่านพ้นการถูกหมายศาลบัตรเครดิต KTC ได้อย่างสบายใจมากขึ้นได้อย่างแน่นอน

 

 

หนี้บัตรเครดิต KTC กับหมายศาล

 

การติดตามทวงหนี้ของบัตรเครดิต KTC

 

หมายศาลบัตรเครดิต KTC

 

1เจ้าหน้าที่ของบัตรเครดิต KTC โทรศัพท์มาขอความร่วมมือในการชำระหนี้เป็นระยะ

 

ในช่วงแรกของการผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิตทางเจ้าหน้าที่ของธนาคาร KTC จะทำการโทรศัพท์มาติดตามหนี้เป็นระยะ เพื่อขอทำการชำระหนี้ หากไม่ทำการชำระจนกระทั่งสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ในสัญญา การทวงหนี้ก็จะเปลี่ยนจากการโทรติดตามของเจ้าหน้าที่ เป็นการส่งหมายศาลไปให้กับลูกหนี้บัตรเครดิตนั่นเอง

 

2ได้รับหมายศาลจากการเป็นลูกหนี้บัตรเครดิต KTC

 

หมายศาลจากบัตรเครดิต KTC จะถูกส่งให้กับลูกหนี้บัตรเครดิตของทางธนาคารที่ขาดการชำระเงินค่าบัตรเครดิตคืนให้กับทางธนาคารกรุงไทย ทำให้โดนหมายศาลในคดีเพ่ง สำหรับคนที่ได้รับหมายศาลจากบัตรเครดิต KTC ก็อย่าพึงวิตกกังวลมากจนเกินไปนัก เพราะการนัดหมายมายังศาลนั้น เป็นการนัดหมายเพื่อทำการไกล่เกลี่ยการชดใช้หนี้บัตรเครดิต ในอัตราที่ลูกหนี้บัตรเครดิตสามารถจ่ายไหว เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายนั่นเอง

 

โดนหมายศาลบัตรเครดิต KTC ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

 

หมายศาลบัตรเครดิต KTC

 

เมื่อได้รับหมายศาลบัตรเครดิต KTC อย่าพึ่งตกใจ หรือเครียดมากจนเกินไป เพราะเป็นขั้นตอนในการประนีประนอมและตกลงการชำระหนี้คืน ยังไม่ใช่ขั้นตอนการดำเนินคดีอย่างที่หลายคนเข้าใจ โดยขอแนะนำให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ เพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม

 

  • ตรวจสอบวัน/เวลา และสถานที่ที่ศาลทำการนัดหมายที่ระบุเอาไว้ในหมายศาล
  • โทรศัพท์ไปเจรจากับทางโจทย์ (KTC) เพื่อขอทำการต่อรองให้ลดยอดการชำระต่อเดือนให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะถึงการตัดสินของศาล เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ขั้นตอนไปถึงศาลที่ต้องเจรจาด้วยจะเป็นทนายของทางโจทย์ที่มีอำนาจในการตัดสินใจน้อยกว่านั้นเอง
  • เดินทางไปยังศาล ตามวันเวลาที่ได้รับการนัดหมาย
  • ทำการตรวจสอบรายชื่อคดีเพ่งตามหมายเลขคดีดำ เดินทางไปยังห้องไกล่เกลี่ยที่ระบุเอาไว้ แสดงบัตรประชาชน พร้อมกับลงชื่อรับบัตรคิวเพื่อเข้ารับการไกล่เกลี่ยหนี้
  • ทนายของ KTC จะแจ้งยอดค้างชำระที่เรียกให้จ่ายพร้อมกับ + ดอกเบี้ย 10% และยื่นข้อเสนอให้ทำการผ่อนชำระจ่ายคืน โดยทั่วไปจะมียอดการผ่อนชำระสูงสุดอยู่ในระยะเวลาประมาณ 36 เดือน

*หมายเหตุ การผ่อนชำระงวดนั้นมีตั้งแต่ 6 งวด ไปจนถึง 60 งวด ขึ้นอยู่กับยอดหนี้ว่ามากหรือน้อย และการผ่อนนั้นมีการผ่อนแบบขั้นบันได คือ ค่างวดอาจเพิ่มขึ้นในปีที่ 2 จนครบจำนวนงวดได้

  • การไต่สวนผู้พิพากษาจะสอบถามว่าลูกหนี้สามารถทำการชำระคืนได้เดือนละเท่าไหร่ ให้ทำการแจกแจงรายรับและรายจ่าย รวมไปถึงยอดเงินคงเหลือในแต่ละเดือนซึ่งทางผู้พิพากษาจะใช้ประกอบดุลพินิจว่าลูกหนี้ควรใช้คืนให้กับทาง KTC เดือนละเท่าไหร่ (ควรเลือกการชำระคืนให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน)
  • เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงยอดในการชำระคืนได้เป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของระยะเวลาในการชำระหนี้ ถ้าหากมีหนี้จำนวนมากก็ต้องผ่อนชำระกันนานหลายปีเลยทีเดียว

 

นอกจากนี้ในบางครั้งการเดินทางไปตามนัดหมายหมายศาลบัตรเครดิต KTC บางครั้งทางธนาคารกรุงไทย และลูกหนี้ก็จะมีการตกลงเรื่องจำนวนหนี้ที่ใช้คืนต่อเดือนกันที่หน้าห้องพิจารณาคดี ถ้าหากไม่สามารถตลงกันได้ ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของผู้พิพากษา

 

การต่อรองเพื่อขอลดการชำระหนี้ เมื่อโดนหมายศาลบัตรเครดิต KTC

หมายศาลบัตรเครดิต KTC

 

แม้ว่าเมื่อโดนหมายศาลบัตรเครดิต KTC หนี้ที่เกิดการค้างชำระสามารถที่จะเจรจาขอต่อรองลดหนี้ให้น้อยลงได้ ในกรณีที่มียอดค้างชำระเกิน 100,000 บาท ขึ้นไป แม้จะไม่มากนัก แต่เจ้าของบัตรเครดิตก็ยังสามารถทำการเจรจาเพื่อขอต่อรองได้ในอัตราที่ต่ำกว่า ยกตัวอย่างเช่น หากถูกอายัดเงินเดือนประมาณ 30 ของเงินเดือน เป็นจำนวนเงิน 3,500 บาท / เดือน เจ้าของบัตรเครดิต KTC ที่เป็นลูกหนี้ สามารถขอเจรจาเพื่อชำระหนี้ได้ในจำนวน 2,500 บาท / เดือน ได้เช่นกัน

 

รายละเอียดการอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้บัตรเครดิต KTC

 

สำหรับคนที่โดนหมายศาลของบัตรเครดิต KTC แล้วกลัวว่าหากทำการไกล่เกลี่ยแล้วจะไม่เป็นผลสำเร็จจนกระทั่งทำให้เกิดการยึดทรัพย์นั้น ขอแนะนำให้ลองมาติดตามรายละเอียดในการอายัดทรัพย์สิน จากรมบังคับคดีดังต่อไปนี้

 

ที่มาของภาพ : บางกอกโพสต์

 

 

การอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้

 

1.ลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการ เจ้าหนี้ไม่สามารถอายัดเงินเดือนได้

2.ห้ามทำการอายัดเงินเดือนของลูกหนี้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 20,000 บาท

3.อายัดเงินโบนัสได้ไม่เกิน 50%

4.อายัดเบี้ยขยัน ค่าล่วงเวลาได้ไม่เกิน 30%

5.เงินตอบแทนกรณีออกจากงาน หรือบำเน็จ อายัดได้ไม่เกิน 3 แสนบาท

6.บัญชีเงินฝากธนาคารสามารถอายัดได้ทั้งหมด

7.เงินในสหกรณ์ออมทรัพย์ เงินปันผล ค่าหุ้น ทำการอายัดได้ต่อเมื่อสิ้นสุดการเป็นสมาชิกภาพแล้วเท่านั้น

8.บำเน็จตกทอด ไม่สามาถบังคับชำระหนี้ได้

9.หุ้น ยึดใบหุ้นขายทอดตลาด อายัดเงินปันผล

10.ค่าเช่ารายเดือน เจ้าพนักงานบังคับคดี สามารถอายัดเงินค่าเช่าไปยังผู้เช่าได้

 

*หากต้องการทำอายัดเงินเดือน เจ้าของบัตรเครดิตต้องมีทรัพย์สินที่เจ้าหนี้สามารถทำการอายัดได้หนือไม่ เช่ร รถยนต์ บ้าน และเงินในบัญชีต่างๆ ที่ได้ทำการฝากสะสมได้เช่นกัน นอกจากหากมีเจ้าหนี้หลายราย เจ้าหนี้ตั้งแต่รายแรกจนถึงรายสุดท้ายก็สามารถที่จะทำการฟ้องร้องเพื่อขอายัดเงินเดือนได้เช่นกัน

ลูกหนี้บัตรเครดิต KTC : ในกรณีที่ว่างงาน

 

ศาลจะขอทำการขอยึดทรัพย์สินเพื่อแทนยอดหนี้ แต่ถ้าหากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ ทางศาลจะให้ทำการชะลอการชำระหนี้เอาไว้ก่อน จนกระทั่งสืบทราบว่าเริ่มทำงาน มีรายได้ หลังจากนั้นก็จะทำการยื่นเรื่องเข้าไปยังบริษัทที่ทำงานอยู่ เพื่อทำการหักยอดหนี้ผ่านทางเงินเดือนทุกเดือน จนกระทั่งหนี้สินหมดไปนั่นเอง

 

ลูกหนี้บัตรเครดิต KTC : ในกรณีที่มีคู่สมรส

 

ในกรณีนี้ คู่สมรสอาจต้องเป็นผู้ทำการชำระหนี้แทน ถ้าหากยอดหนี้นั้นได้รับการอนุมัติหลังจากที่ได้ทำการแต่งงานแล้ว

 

อยากปรึกษาทนายความเพื่อซักถามเกี่ยวกับหมายศาลบัตรเครดิต KTC ควรทำอย่างไร

 

หมายศาลบัตรเครดิต KTC

 

สำหรับคนที่ไม่สามารถขจัดความกังวลใจของตัวเองหลังจากที่ได้รับหมายศาลบัตรเครดิต KTC สามารถทำการขอปรึกษาสายด่วนสภาทนายความหมายเลขโทรศัพท์ 1167 ในเวลาราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ก่อนที่จะเดินทางไปตามหมายเรียกของศาลได้เช่นกัน

 

 

หากได้รับหมายศาลบัตรเครดิต KTC แล้วไม่ได้ไปตามนัดควรทำอย่างไร!?

 

หมายศาลบัตรเครดิต KTC

 

สำหรับคนที่ได้รับหมายศาลบัตรเครดิต KTC แล้วแต่ไม่ไปตามนัดไม่ว่าจะด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือจงใจก็ตาม ทางศาลจะทำการพิพากษาให้ชำระหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่เจ้าหนี้แจ้ง +ดอกเบี้ย 10% ในวันนั้นเลย โดยศาลจะให้ระยะเวลากับทางลูกหนี้เพื่อให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดแล้วลูกหนี้ไม่สามารถทำการชำระคืนได้ หรือไม่ยินยอมในการชำระหนี้ตามคำพิพากษา จะมีการจัดตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินต่อไป อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้สามารถทำการขอไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ได้ แต่หากไม่ยอมไกล่เกลี่ยก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์ต่อไป นอกจากนี้ การเป็นหนี้บัตรเครดิต KTC แล้วไม่ยอมทำการไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้อย่างเหมาะสมก็จะทำให้เกิดปัญหา “แบล็กลิสต์” ของเครดิตบูโร ทำให้เกิดปัญหาในการกู้สินเชื่อก้อนใหญ่ในอนาคตได้อีกด้วย ดังนั้น ขอแนะนำว่าให้ควรเดินทางไปยังศาลตามวันเวลาที่ได้รับการนัดหมายเพื่อให้มีโอกาสในการต่อรอง เพื่อขอทำการลดหย่อนหนี้ เพราะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดนั่นเอง...

 

วิธีการป้องกันไม่ให้ปัญหาหมายศาลบัตรเครดิต KTC มาเยือน

 

หมายศาลบัตรเครดิต KTC

 

     สำหรับวิธีการป้องกันไม่ให้หมายศาลบัตรเครดิต KTC มาเยือน เป็นสิ่งที่ทำได้อย่างง่ายดายด้วยการหมั่นใช้ “สติ” ในการใช้จ่ายไม่ให้เกินตัว เกินความสามารถในการชำระหนี้ของตัวเองอย่างสม่ำเสมอเพียงเท่านี้รับรองว่าปัญหาหมายศาลบัตรเครดิต KTC จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากใครที่เกิดปัญหาขึ้นมาแล้วทางออกที่ดีที่สุดคือการประนีประนอมยอดการจ่ายชำระคืนขั้นต่ำ และทำการตั้งใจหาเงินแล้วทยอยชำระหนี้คืน เพียงเท่านี้ปัญหาการเป็นหนี้บัตรเครดิตกรุงไทยก็จะปิดฉากลงได้ด้วยดีได้อย่างแน่นอน...

 

 

อย่าลืมกดติดตามอัพเดตบทความและสาระดีดีกันนะ

最新情報をお届けします

บทความแนะนำ
บัตรเครดิตออมสิน 2562
ธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ให้บริการบัตรเครดิต
รวม 10 คำถามพบที่พบบ่อยใน Pantip กับบัตรเครดิตธนาคารออมสิน ทำการสมัครออนไลน์ได้ไหม กี่วันรู้ผล!? ในปี 2562
10 คำถามยอดฮิตในการสมัครทำบัตรเครดิตธนาคารออมสิน สมัครออนไลน์ได้ไหม กี...