ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน เรื่องเล็กๆที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนแสนยิ่งใหญ่ของคนอยากมีบ้าน

ประกันชีวิตสินเชื่อบ้าน

 

เชื่อว่าทุกคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง... สำหรับใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหลังจากที่เหนื่อยล้าอ่อนแรงในตอนกลางคืนและใช้เวลาอยู่ร่วมกับคนที่ตัวเองรัก อย่างไรก็ตามก่อนที่จะมีบ้านสักหลังก็ดูเหมือนว่าจำเป็นที่จะต้องฝ่าฟันบททดสอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตามหาโครงการบ้านที่ถูกใจ ทำเรื่องเพื่อขอกู้ซื้อบ้านและแม้กระทั่งต้องตัดสินใจว่าควรทำ “ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน” หรือเปล่า!? ถ้าหากภายในใจของใครเต็มไปด้วยความสงสัยเหล่านี้ รับรองว่าบทความชิ้นนี้จะมีคำตอบที่น่าสนใจ ช่วยคลายความสงสัยให้ได้กันอย่างแน่นอน...

 

มาทำความรู้จักกันก่อนว่าประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน คืออะไรกันแน่!?

ประกันชีวิตสินเชื่อบ้าน

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน หรือ MRTA  (Mortgage Reducing Term Assurance) คือ ประกันภัย ที่เน้นในด้านของการคุ้มครองเป็นหลัก ทำให้ไม่มีการจ่ายเงินคืนให้กับผู้เอาประกันภัยเมื่อครบกำหนดสัญญาเหมือนกับประกันชีวิตทั่วไป โดยมีข้อคือ เบี้ยกรมธรรม์ที่ถูกเป็นอย่างมาก จนถึงขนาดกล่าวได้ว่าถูกที่สุดเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับประชีวิตในรูปแบบอื่น อาทิเช่น ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ประชีวิตตลอดชีพและประกันชีวิตบำนาญ เป็นต้น

ถ้าหากล่าวถึงข้อดีที่น่าสนใจมากที่สุดของประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน เนื่องมาจากการกู้เงินซื้อบ้านเป็นการทำสัญญาขอกู้ก้อนใหญ่ แต่หลังจากที่ทำการผ่อนชำระสินเชื่อเงินกู้ไปหลายปีแล้วปรากฏว่าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เช่น ผู้กู้เกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถทำงานได้ หรือเสียชีวิต เป็นต้น นำไปสู่การเกิดปัญหาภาระหนี้จากการผ่อนบ้านก่อนโต ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านจะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าจะสามารถช่วยให้มีเงินไปชำระหนี้สินเชื่อบ้านได้ โดยที่ไม่ต้องตกเป็นภาระของครอบครัว

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน แผนการสำหรับคนข้างหลังโดยเฉพาะ!

ประกันชีวิตสินเชื่อบ้าน

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน เป็นแผนประกันภัยที่เหมาะอย่างมากสำหรับทำเพื่อ “คนที่รัก” ในกรณีที่ผู้ทำประกันภัยเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ทำให้คนที่รัก ที่ยังเหลืออยู่เบื้องหลังไม่ต้องวุ่นวายในการหาทางชำระหนี้ที่ยังคงค้างอยู่ในภายหลังนั่นเอง

 

ใครบ้างที่ควรทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน!?

ประกันชีวิตสินเชื่อบ้าน

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ทำการชำระค่างวดของบ้าน หรือคนที่เป็นผู้หารายได้หลักให้กับครอบครัว ซึ่งในบางกรณีอาจไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้ที่ทำการขอกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านก็ได้ นอกจากนี้ ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านยังเหมาะกับ “คนโสด” ที่ยังไม่มีครอบครัว ที่เกรงว่าตัวเองจะไม่สามารถรับภาระหนี้ได้ในอนาคต เพื่อให้มั่นใจว่าหนี้สินของตัวเองจะไม่ไปกระทบกับบ้านในอนาคต

 

2 ประเภทที่ควรรู้ของ ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน

ประกันชีวิตสินเชื่อบ้าน

 

1.ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านประเภทที่ 1: แบบลดหลั่น

 

  • ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน คุ้มครองแบบลดหลั่น (ตามยอดหนี้ที่เหลือ)
  • ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน คุ้มครองแบบคงที่

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านแบบลดหลั่น

 

  • จำนวนเงินเอาประกัน 2 ล้านบาท
  • ระยะเวลาคุ้มครอง 30 ปี
  • ชำระค่าดอกเบี้ยครั้งเดียว
  • ให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตเท่ากับจำนวนเงินกู้ที่ลดลง
  • กรณีเสียชีวิต หลังจากการชำระหนี้ธนาคารแล้ว ส่วนต่างคืนให้กับผู้รับผลประโยชน์ลำดับถัดไป ตามที่ระบุในกรมธรรม์
  • ระยะเวลาในการคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป นำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านแบบลดหลั่นสำคัญอย่างไร!?

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านแบบลดหลั่น มีความแตกต่างจากประกันทั่วไปคือ ทุนในการประกันที่ลดน้อยลงทุกปี และความคุ้มครองจะสิ้นสุดลงเมื่อหมดอายุสัญญาเงินกู้ ดังนั้น ถ้าหากใครต้องการที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดก็ควรทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อให้ครอบคลุมตลอดระยะเวลาในการผ่อนบ้าน เพื่อให้สบายใจในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ณ เวลาที่ยังคงทำการผ่อนบ้านอยู่นั่นเอง

 

2.ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านประเภทที่ 2: แบบคงที่

 

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านแบบคงที่

 

  • คุ้มครองกรณีเสียชีวิตเท่ากับเงินเอาประกันภัย
  • ระยะเวลาในการคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป นำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านต้องจ่ายเบี้ยประกันราคาเท่าไหร่!?

 

โดยทั่วไป เบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 4-6% ของทุนประกัน แต่ค่าเบี้ยประกันอาจขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และระยะเวลาในการกู้สินเชื่อ ที่ยิ่งทำการกู้ในระยะยาวมากเท่าไหร่ อัตราของดอกเบี้ยก็จะสูงมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้

ประกันชีวิตสินเชื่อบ้าน

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านทั้งสองประเภท ที่ได้ทำการกล่าวถึงกันไปแล้วในข้างต้น สามารถที่จะนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง โดยมียอดสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

เคล็ดลับน่ารู้ในการเลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน

 

เนื่องจากประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน มีให้เลือกทั้งหมด 2 ประเภท อาจทำให้หลายคนเกิดความสับสนว่าควรที่จะทำการเลือกประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านแบบไหน ถึงจะดี มีความเหมาะสมกับตัวเอง ขอแนะให้ทำการเลือกประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน โดยอ้างอิงจากค่าเบี้ยประกันที่ต้องชำระ หากชำระเบี้ยประกันจำนวนมากไม่ไหวให้เลือกแบบลดหลั่น แต่ถ้าหากต้องการความคุ้มครองในระยะยาวก็ควรเลือกแบบคุ้มครองคงที่ 30 ปี

 

ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน ขอกู้ซื้อบ้านได้ไหม!?

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน เป็นแผนประกันที่ผู้ทำการขอกู้ซื้อบ้านเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำก็ได้ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กำชับเอาไว้อย่างเป็นทางการว่า ให้สิทธิของผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้อย่างอิสระ “ห้ามธนาคารบังคับขายผลิตภัณฑ์ด้านหลักทรัพย์และด้านประกันภัยควบคู่กับผลิตภัณฑ์ของธนาคาร เพื่อเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาสินเชื่อ”

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านผูกติดกับสัญญาสินเชื่อหรือเปล่า!?

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน ไม่ได้เป็นสัญญาที่ผูกติดกับบัญชีสินเชื่อ ทำให้ผู้ที่ต้องการทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านสามารถซื้อประกันกับ “สถาบันทางการเงินอื่น” ถ้าหากได้รับการประเมินแล้วว่ามีความคุ้มค่ามากกว่าสถาบันทางการเงินที่ทำการกู้เงินเพื่อขอซื้อบ้าน เป็นสิทธิ์ที่ผู้กู้สามารถทำได้และสถาบันทางการเงินที่ให้ทำการกู้ซื้อบ้านก็ยังคงได้รับผลประโยชน์จากการทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน

 

อยากรีไฟแนนซ์บ้าน ติดปัญหาประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านควรทำอย่างไรดี!?

ประกันชีวิตสินเชื่อบ้าน

 

สำหรับคนที่ต้องการที่จะรีไฟแนนซ์บ้าน แต่กลับติดปัญหาประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านกับธนาคารเดิมอยู่นั้นก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะสามารถทำการแก้ไขปัญหาได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

 

1.เทคนิคเวนคืนประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านกับธนาคารเก่า

 

เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยการเวนคืนประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านกับธนาคารเก่า จากนั้นค่อยย้ายไปทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านกับธนาคารใหม่ที่ต้องการรีไฟแนนซ์ อย่างไรก็ตามการทำเช่นนี้จะทำให้ได้ไม่ได้รับเงินคืนแบบเต็มจำนวน

 

2.เทคนิคเปลี่ยนชื่อของผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านของธนาคารใหม่

 

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านจะมอบความคุ้มครองสินเชื่อให้กับผู้รับผลประโยชน์เป็นธนาคารที่กำลังผ่อนชำระหนี้อยู่ ณ ปัจจุบัน ดังนั้น หากทำการรีไฟแนนซ์บ้านกับทางธนาคารใหม่ สามารถทำการขอเปลี่ยนชื่อของผู้รับประโยชน์คนใหม่ได้นั่นเอง

 

บทสรุปส่งท้าย : ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านสำคัญแค่ไหน!? หวังว่าจะช่วยให้ได้รับคำตอบ

ประกันชีวิตสินเชื่อบ้าน

 

          จากข้อมูลในข้างต้น... จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าที่จริงแล้วประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านมีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว เพียงแต่มีหนักงานสินเชื่อของสถาบันทางการเงินหลายแห่งที่ฉวยโอกาสในการบังคับขายประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านให้กับผู้ที่มาเรื่องขอกู้สินเชื่อซื้อบ้าน จนกลายเป็นเรื่องชวนให้ลำบากใจ แต่อย่างที่ได้แนะนำกันไปแล้วว่าไม่มีข้อกำหนดใดว่าหากไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านแล้วจไม่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ดังนั้น ขอให้สบายใจกันได้เลย...

 

อย่าลืมกดติดตามอัพเดตบทความและสาระดีดีกันนะ

最新情報をお届けします

บทความแนะนำ