ดอกเบี้ยบัตรเครดิต เรื่องสำคัญที่คนใช้บัตรต้องรู้!
คิดดอกยังไง บัตรเครดิตใบไหนโดนใจมาดูกัน

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

เชื่อว่าคงไม่มีใครที่อยากเป็น “หนี้” โดยเฉพาะ “หนี้บัตรเครดิต”... ซึ่งเป็นภาระหนี้ที่ยิ่งไม่จ่ายนาน 2 เดือน 3 เดือน หรือ 6 เดือน มูลค่าของหนี้ก็จะยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นจนรู้ตัวอีกทีก็กลายมาเป็นหนี้บัตรเครดิตก้อนโตจนหนทางในการใช้หนี้มืดมนมากขึ้นทุกขณะ แต่ที่จริงแล้วถ้าหากใครมีวินัยในการบัตรเครดิต มีการจ่ายขั้นต่ำเต็มจำนวนอย่างสม่ำเสมอครบถ้วนทุกรอบบิล รู้จักกับระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย และสามารถคำนวณอัตราดอกเบี้ยได้ด้วยตัวเอง เพียงเท่านี้โอกาสในการเป็นหนี้บัตรเครดิตก็จะลดน้อยลงเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ถ้าหากใครเป็นมือใหม่ที่พึ่งหัดใช้และครอบครองบัตรเครดิตเป็นใบแรกแล้วไม่อยากพลาดพลั้งกลายมาเป็นหนี้อย่างไม่ทันรู้ตัว ขอแนะนำให้อ่านบทความชิ้นนี้พร้อมกับทำความเข้าใจสิ่งสำคัญในหัวข้อต่างๆ รวมไปถึงการคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตว่าคิดกันยังไง? ที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากความเป็นหนี้ แล้วหมั่นทำตามอย่างเหมาะสม เพียงเท่านี้รับรองว่าหนี้บัตรเครดิตจะไม่โผล่มากวนใจคุณอย่างแน่นอน

 

 

ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิตคืออะไร?

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิต เป็นบทเรียนแรกที่คนใช้บัตรเครดิตควรทราบมากที่สุด ซึ่งระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิตมีความหมายถึง ระยะเวลาที่เกิดขึ้นหลังจากที่ทำการรูดใช้บัตรเครดิต จนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่กำหนดเพื่อทำการชำระคืนให้กับผู้ให้บริการบัตรเครดิต โดยส่วนใหญ่แล้วเวลาในการชำระคืนสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 45 วัน ขึ้นอยู่กับการใช้งาน อย่างไรก็ตามระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิตของแต่ละสถาบันผู้ให้บริการบัตรเครดิตมักไม่เท่ากัน ดังนั้น หากต้องการใช้บัตรเครดิตของธนาคารหรือสถาบันทางการเงินใด ก็ควรศึกษาระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิตตามข้อกำหนดให้ดีเสียก่อน เพื่อไม่ให้พลาดเกิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตขึ้น นอกจากนี้ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิตยังไม่ได้เกี่ยวกับวันสรุปยอด เพราะวันสรุปยอดเป็นเพียงรายจ่ายที่ต้องชำระในงวดบิลดังกล่าว แต่ถ้าหากมีการนำบัตรเครดิตมาใช้หลังวันสรุปยอด ยอดที่ต้องชำระก็จะถูกยกยอดไปชำระในรอบบิลต่อไปนั่นเอง

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

ยกตัวอย่างเช่น : ถ้าหากระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ใช้บริการอยู่มีระยะเวลา 45 วัน แล้วมีการนำมาใช้ในวันที่ 1 มีนาคม นั่นหมายความว่าระยะเวลาปลอดภัยในการชำระค่าบริการจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 เมษายน ดังนั้น  ถ้าหากทำการชำระยอดบิลภายในวันที่ 30 เมษายน ก็จะยังถือว่าอยู่ในช่วงระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิตจนครบถ้วนโดยไม่ต้องเสียบัตรเครดิตนั่นเอง แต่ถ้าหากใครกังวลว่าจะคำนวณระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิตพลาดก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะโดยทั่วไปแล้วหลังจากสรุปยอดประมาณ 2 สัปดาห์ ทางผู้ให้บริการบัตรเครดิตจะทำการแจ้งเตือนผ่าน SMS หรือ Email เพื่อให้จัดเตรียมเงินมาชำระก่อนวันสุดท้ายของการเรียกเก็บเงิน ก่อนที่บิลชำระเงินจะถูกส่งไปที่บ้านอีกครั้ง

 

อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดอย่างไร?

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

เมื่อทางผู้ให้บริการบัตรเครดิตทำการส่งบิลค่าบริการมาให้ที่บ้าน หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าจะมีช่องแจ้งอัตราเงินขั้นต่ำจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ และเป็นจำนวนที่ต้องชำระเท่าไหร่ แต่โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 20-25% ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าแล้วดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดยังไง?  ที่จริงแล้วสูตรในการดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดยังไงนั้นง่ายดายมอย่างมาก เพียงแค่ทำการคำนวณอัตราดอกเบี้ยสามารถทำได้ผ่านสูตรง่ายๆ ดังนี้

 

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดยังไง?

 

ยอดใช้จ่ายบัตรเครดิต x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวัน หารด้วย 365 = ดอกเบี้ยบัตรเครดิต

 

เมื่อทำการชำระเงินขั้นต่ำ เงินต้นจะถูกทำการหักออกไป และทำการคิดดอกเบี้ย 20% จากวันที่ถูกเรียกเก็บชำระย้อนหลังจนถึงวันที่ชำระเงินจริง แต่ดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะไม่ลดลงตามเงินต้น เพียงแค่คูณวันเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ต้องชำระเท่านั้น ดังนั้น ถ้าหากทำการชำระเงินได้อย่างรวดเร็วมากที่สุดก็จะไม่เสียค่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต ทำให้ประวัติทางการเงินของเราดีขึ้นไปด้วยซึ่งช่วยให้การอนุมัติสินเชื่อง่ายดายมากขึ้นตามไปด้วย และไม่ต้องเกิดคำถามว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดยังไง? ขึ้นมากวนใจอีกด้วย

 

เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตของทุกธนาคาร สะดวกสบายไม่ต้องคิดยังไงให้เมื่อย!!

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

สำหรับคนที่มีเวลาน้อย จนไม่สามารถมานั่งตอบคำถามกวนใจว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดยังไง? บทความชิ้นนี้ได้ทำการรบรวมอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตของธนาคารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อย , ดอกเบี้ยบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ (SCB) , ดอกเบี้ยธนาคารกรุงเทพ , ดอกเบี้ยธนาคารกรุงไทย ,ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกสิกรไทย เป็นต้น มาฝาก เพื่อให้มองเห็นภาพรวมกันไปเลยว่าอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตใบไหนต่ำสุดกัน..

 

ารางเปรียบเทียบดอกเบี้ยบัตรเครดิตของธนาคารต่างๆ

 

ธนาคาร ค่าธรรมเนียม /ดอกเบี้ย/ ปี ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน / ปี
KTC 15-18% 3%
SCB (ไทยพาณิชย์) 10-18% 3%
กรุงศรีเฟิร์สช้อย 15-18% 3%
กรุงเทพ 10-18% 3%
กสิกรไทย 18% 3%
ทหารไทย 18% 3%
CIMB 18% 3%
ธนชาต 9.9 - 18% 3%
UOB 18% 3%
ธนาคารแห่งแระเทศจีน (ไทย) 18% 3% (ในไทยและจีน)
ICBC (ไทย) 18% 3%

 

จากข้อมูลในตารางเปรียบเทียบในข้างต้นจะสามารถเห็นได้อย่างชัดว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อย , ดอกเบี้ยบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ (SCB) , ดอกเบี้ยธนาคารกรุงเทพ , ดอกเบี้ยธนาคารกรุงไทย , และดอกเบี้ยบัตรเครดิตกสิกรไทย ล้วนแล้วแต่มีอัตราที่เท่ากัน ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดเอาไว้นั่นเอง ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกใช้บริการธนาคารใด ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อย , ดอกเบี้ยบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ (SCB) , ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกสิกรไทย , ดอกเบี้ยธนาคารกรุงเทพ , ดอกเบี้ยธนาคารกรุงไทย , ก็จะเท่าเทียมกันนั่นเอง..

 

ดอกเบี้ยเท่ากัน แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อย!?

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อย , ดอกเบี้ยบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ (SCB) , ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกสิกรไทย , ดอกเบี้ยธนาคารกรุงเทพ และดอกเบี้ยธนาคารกรุงไทย มีการเรียกเก็บที่เท่าเทียมกัน แต่ทำไม คนส่วนใหญ่ถึงมักจะสมัครบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยกัน!? มาดูกันดีกว่าว่าบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อย มีดีอะไร!?

 

บัตรเครดิตกรุงศรี First Choice

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

บัตรเครดิตกรุงศรี First Choice เป็นหนึ่งในบัตรเครดิตที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะสมัครง่าย อนุมัติไว กดเงินสด ผ่อนสินค้าและบริการ 0% สูงสุดกว่า 24 เดือน ตามประเภทและร้านค้าที่เข้าร่วมรายการแล้ว ยังมีสิทธิพิเศษที่น่าสนใจอีกหลายประการที่เหมาะกับการพกพาเอาไว้ เพื่อช่วยในการตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างอุ่นใจ สะดวกสบายมากขึ้นโดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีเงินก้อนในมือ คราวนี้มาดูสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจของบัตรเครดิตกรุงศรี First Choice กันดีกว่า...

 

  • บัตรเครดิตกรุงศรี First Choiceยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า รายปี และตลอดชีพ
  • บัตรเครดิตกรุงศรี First Choiceบริการผ่อนชำระสินค้า/บริการได้อย่างง่ายดาย 0% นานสูงสุด 24 เดือน
  • บัตรเครดิตกรุงศรี First Choiceบริการเบิกถอนเงินสดได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • บัตรเครดิตกรุงศรี First Choiceรับ Privileges และ Blue ตลอดทั้งปี รวมถึงฟรี ส่วนลดสูงสุด 50% เมื่อใช้บริการกับร้านค้าพันธมิตรกว่า 1000 แห่งทั่วประเทศ
  • บัตรเครดิตกรุงศรี First Choiceสิทธิพิเศษในวันเกิด
  • บัตรเครดิตกรุงศรี First Choiceสิทธิพิเศษในวันอาทิตย์ ทุกสิ้นเดือน

 

ด้วยคุณสมบัติที่น่าสนใจอย่างมากมายเลหล่านี้เอง ที่เป็นตัวแปรสำคัญให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะยอมเสียดอกเบี้ยให้เพื่อแลกมากับสิทธิ์ประโยชน์ที่มากมาย สุดแสนคุ้มค่านั่นเอง...

 

ไม่จ่ายบัตรเครดิต 2-3 เดือน ส่งผลกระทบกับดอกเบี้ยมากน้อยเพียงใด!?

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

การไม่จ่ายบัตรเครดิต 2-3 เดือน มักทำให้เกิดผลกระทบหลาย แต่โดยหลักๆแล้วมักส่งผลกระทบดังต่อไปนี้

 

หนี้บัตรเครดิตทำให้เสียประวัติทางการเงิน

 

การไม่จ่ายบัตรเครดิต 3 เดือน หรือมากกว่าจะทำให้เกิดการทำเสียประวัติทางการเงินกับทางเครดิตบูโร  จนกลายเป็นหนี้เสีย หรือ หนี้ NPL ซึ่งสถาบันทางการเงินจะมีมาตรการรับมือกับผู้ที่ก่อหนี้ประเภทนี้เป็นพิเศษ และถ้าหากไม่ทำการเคลียร์ปัญหาดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่เกิดขึ้นกับทางเครดิตบูโรอย่างเหมาะสม ก็จะติดสถานะหนี้เสียติดตัวไปนานอย่างน้อย 3 ปี เลยทีเดียว

 

หนี้บัตรเครดิตทำให้เกิดความเครียดสะสม

 

          ความเครียดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจนมากที่สุดเมื่อหนี้บัตรเครดิตเพิ่มพูนมากขึ้น ยิ่งไม่จ่ายบัตรเครดิต 3 เดือน หนี้บัตรเครดิตและความเครียดก็จะยิ่งมากขึ้นไปใหญ่ส่งผลให้นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ไปทำงานหรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันก็ไร้ประสิทธิภาพจนทำให้เกิดผลกระทบมากมายทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างมากเลยทีเดียว

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

หนี้บัตรเครดิตทำให้ถูกฟ้องร้องเพื่อทำการทวงหนี้

 

การไม่จ่ายหนี้บัตรเครดิตนาน 3 เดือน ขึ้นไป มีโอกาสสูงที่จะถูกสถาบันทางการเงินทำการตามฟ้องร้องเพื่อทวงคืนหนี้สินจนอาจต้องขึ้นศาล ทำให้เสียเวลาในการทำงานหรือทำให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตในด้านอื่นตามมา นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดการยึดทรัพย์ตามคำสั่งของศาลเพื่อนำมาใช้ในการจ่ายหนี้บัตรเครดิต รวมไปถึงการอายัดบัญชีเงินเดือนธนาคาร ในกรณีที่ลูกหนี้เสียชีวิตโดยที่ยังมีหนี้ค้างอยู่ ทางธนาคารก็อาจทำการยื่นฟ้องร้องเพื่อให้ทายาททำการจ่ายหนี้แทนได้ภายในระยะเวลา 1 ปี หลังจากที่ลูกหนี้เสียชีวิต ในกรณีที่ทายาทได้รับมรดกจากลูกหนี้ไม่เกินจำนวนหนี้ของบัตรเครดิตอีกด้วย

 

หนี้บัตรเครดิตเป็นสิ่งที่ยิ่งปล่อยเอาไว้นานก็ยิ่งเพิ่มพูน ยิ่งไม่จ่ายหนี้บัตรเครดิตนาน 3 เดือน นอกจากจำนวนหนี้ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว โอกาสที่จะสูญเสียโอกาสในการกู้ขอสินเชื่อกับธนาคารจะมากขึ้นแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะถูกฟ้องร้องเพื่อให้เกิดชำระหนี้จนทำให้เสียเวลาในการใช้ชีวิตอย่างมาก จนเรียกได้ว่าไม่คุ้มเสียอย่างมากเลยทีเดียว

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

หนี้บัตรเครดิตทำให้เสียโอกาสในการกู้เงินในอนาคต

การไม่จ่ายหนี้บัตรเครดิต ทำให้เสียโอกาสในการกู้เงินเพื่อขอสินเชื่อก้อนใหญ่ที่จำเป็นในอนาคต เพราะทางสถาบันทางการเงินจะมองว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีศักยภาพพอในการชำระหนี้ เพราะสถาบันทางการเงินส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร ถ้าหากไม่ทำการแก้ไขประวัติก็จะทำให้เกิดปัญหาการเงินในระยะยางตามมา

 

หนี้บัตรเครดิตทำให้ไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้

 

หากไม่ชำระหนี้บัตรเครดิตก็จะไม่สามารถทำการเปิดบัญชีกับธนาคารเจ้าหนี้ได้ นอกจากนี้ในสัญญาในการทำบัตรเครดิตทางธนาคารเจ้าหนี้อาจสามารถหักเงินที่ฝากอยู่ในบัญชี เพื่อนำไปใช้ในการชำระหนี้บัตรเครดิตโดยที่ได้อีกด้วย

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

เคล็ดลับสู่การปลอดหนี้บัตรเครดิต

 

 

ถ้าไม่อยากเป็นหนี้บัตรเครดิต ให้พึงระลึกเอาไว้เสมอว่าการใช้บัตรเครดิตเป็นการยืมเงินจากอนาคตมาใช้ ดังนั้น ควรใช้ในจำนวนที่พอเหมาะกับความจำเป็นหรือใช้เป็นบัตรรูดเพื่อใช้จ่ายแทนเงินสดในการสะสมคะแนน และควรมีเงินเตรียมเอาไว้จ่ายบิลให้ครบจำนวนอย่างเหมาะสมในระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิต เพียงเท่านี้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดหนี้บัตรเครดิตได้อย่างแน่นอน

 

บัตรเครดิตดอกเบี้ย

 

เมื่อทราบวิธีการวางแผนทางการเงินอย่างเหมาะสม.. และทราบแล้วว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดยังไง?  ก็จะช่วยปลอดภัยในระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิต โดยไม่ต้องคอยกังวลกับดอกเบี้ยบัตรเครดิตกวนใจอีกต่อไป และที่สำคัญอย่าเผลอปล่อยหนี้บัตรเครดิตเอาไว้นานไม่จ่าย 2 เดือน 3 เดือน เพราะนั่นจะยิ่งทำให้หนี้มีแต่เพิ่มพูนมากขึ้น  เชื่อเถอะว่า “การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ” อย่างมากเลยทีเดียว

 

 

อย่าลืมกดติดตามอัพเดตบทความและสาระดีดีกันนะ

最新情報をお届けします

บทความแนะนำ